หุ้นไทย(20 ธ.ค.64) ร่วง -25.93 จุด
หุ้นไทย(20 ธ.ค.64) ร่วง -25.93 จุด ที่ระดับ 1,615.80 จุด (-1.58%) มูลค่าการซื้อขาย 82,357.88 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
EA มูลค่าการซื้อขาย 4,078.93 ล้านบาท ปิดที่ 93.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,538.07 ล้านบาท ปิดที่ 136.50 บาท ลดลง 4.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,307.45 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท ลดลง 3.00 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,230.61 ล้านบาท ปิดที่ 58.75 บาท ลดลง 1.75 บาท
JMT มูลค่าการซื้อขาย 2,028.21 ล้านบาท ปิดที่ 66.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียติดลบเฉลี่ยกว่า 1%, ตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้ติดลบเฉลี่ย 2% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ติดลบราว 1.4% รับ Sentiment เชิงลบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในยุโรปที่มีการแพร่ระบาดพนักจนหลายประเทศต้องกลับมาใช้มาตรการคุมเข้ม
นอกจากนี้ ยังรับแรงกดดันจากสหรัฐฯกรณีที่นายโจ แมนชิน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต ประกาศไม่สนับสนุนกฎหมาย Build Back Better ทำให้ร่างกฏหมายฉบับที่เป็นแผนการใช้จ่ายมูลค่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์อาจไม่ผ่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้มีแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาก่อน
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (21 ธ.ค.) นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯยังมีน้ำหนักของการพักตัว จากการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่น่าจะได้เห็นการลุกลามมากขึ้น โดยให้แนวรับ 1,607 ถัดไป 1,600-1,590 จุด ส่วนแนวต้าน 1,625-1,630 จุด
อย่างไรก็ดี แนะติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มหรือไม่ และมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงให้ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
หุ้นไทย(20 ธ.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้า 1,617.97 จุด ลดลง -23.76 จุด (-1.45%) มูลค่าการซื้อขาย 45,995.94 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
สสจ.สุราษฎร์ธานีแถลงพบผู้ป่วยโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน 3 ราย
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,706.96 ล้านบาท ปิดที่ 92.50 บาท ลดลง 0.75 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,800.26 ล้านบาท ปิดที่ 58.75 บาท ลดลง 1.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,750.67 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท ลดลง 3.00 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,098.91 ล้านบาท ปิดที่ 212.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
JMT มูลค่าการซื้อขาย 1,051.53 ล้านบาท ปิดที่ 65.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนลบ เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ปรับตัวลง และเช้านี้ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สก็ยังติดลบยู่ จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอน หลังจากยุโรปหลายประเทศยกระดับมาตรการคุมเข้ม และบางประเทศถึงขั้นล็อกดาวน์ จึงวิตกกระทบเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันพักตัวลงมาด้วย
ส่วนบ้านเรายังเผชิญแรงกดดันจากแนวคิดเรียกเก็บภาษีขายหุ้น แม้รายละเอียดยังไม่ชัดเจน แต่ก็ทำให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนมาก ส่งผลให้ตลาดฯอยู่ในลักษณะพักตัว
พร้อมแนะติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันพรุ่งนี้จะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมาอีกหรือไม่ โดยเฉพาะ คนละครึ่งเฟส 4 หรือมาตรการของขวัญปีใหม่อื่นๆ ถ้ามีออกมาก็จะเป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มการบริโภค
ทั้งนี้ ตลาดฯได้ปรับตัวลงแรง ในทางเทคนิคเกิด Downside ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มเติมก็เชื่อว่าตลาดจะไม่ปรับตัวลงลึก โดยภาพใหญ่ให้แนวรับ 1,610 จุด ส่วนแนวต้าน 1,640-1,650 จุด
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายสุโชติ กล่าวว่า ตลาดฯคงยังพักตัว แต่ให้จับตาทิศทางตลาดยุโรปเทรดบ่ายนี้จะเป็นอย่างไร พร้อมให้แนวรับ 1,610 จุด ส่วนแนวต้าน 1,635-1,640 จุด
หุ้นไทย(20 ธ.ค.64) ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทีเช้านี้ติดลบกันราว -0.5% ถึง -0.7%
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียทีเช้านี้ติดลบกันราว -0.5% ถึง -0.7% จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในยุโรปที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเร่งตัวขึ้น
ราคาทองวันนี้ – 20 ธ.ค. 64 ปรับราคา 6 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 29,100
เปิดลงทะเบียนฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ที่สถาบันบำราศนราดูร เริ่ม18-29 ธ.ค.นี้
สร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ แม้แต่บ้านเราก็กำลังจับตาสถานการณ์โควิดสายพันธุ์โอมิครอนเช่นเดียวกัน
หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ในแคมป์คนงานก่อสร้าง และร้านหมูกระทะ ทำให้ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเคยติดเชื้อโควิดมาก่อน ก็ยังสามารถติดเชื้อซ้ำได้อีก
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความคิดเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาต่าง ๆ ที่จะมาพูดเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด หลังจากที่มีสัญญาณออกมาจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3 ครั้งในปีหน้า ส่วนบ้านเราให้ติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใหม่เพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร
พร้อมให้แนวรับ 1,627-1,620 จุด ส่วนแนวต้าน 1,651-1,658 จุด
บล.ไทยพาณิชย์
กังวล Omicron ระบาดหนักในสหรัฐ และยุโรป กดดันดัชนี
กลยุทธ์การลงทุน:
คาด SET ปรับตัวลง ด้วยปัจจัยกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Omicron ในสหรัฐ และยุโรป ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น กระตุ้นแรงขายทำกำไรหลังดัชนีขึ้นมาใกล้แนวต้านจุดสูงเดิมบริเวณ 1650-1658 จุด ด้านแนวรับอยู่ที่ 1636 และ 1626 จุด ตามลำดับ กลยุทธ์ Selective Buy หรือเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง ส่วนพอร์ตหลักจุดซื้อเพิ่มรอคำแนะนำอีกครั้ง หลังให้เพิ่มหุ้นในสัดส่วน 50% ไปแล้วก่อนหน้านี้
ล็อคเป้าลงทุน:
> กลยุทธ์ลงทุน แนะนำรอจังหวะซื้อ ไม่ไล่ราคา หลังดัชนีและราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปมากในระดับหนึ่งแล้ว
> Core Portfolio : คงน้ำหนักพอร์ตลงทุนไว้ที่ 50% แบ่งเป็น 25% ในหุ้นกลุ่ม Global Reopening อย่าง MINT CRC AOT TOP และอีก 25% ในหุ้น Bull Chip อย่าง KBANK GPSC INTUCH SPALI
> Weekly Portfolio : เก็งกำไรน้ำหนักไม่เกิน 25% (เหลือไว้ 25% กรณีตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงเกินคาด) หุ้นที่ได้อานิสงส์สัปดาห์นี้ ครม. พิจารณาเห็นชอบโครงการช้อปดีมีคืน รวมทั้งขยายโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 HMPRO CRC CPN ERW CENTEL
> Daily Focus : Short PSL ค่าระวางเรือปรับลงในทุกขนาดติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ล่าสุด BDI Index ปรับลง 4.76%DoD ปิดที่ 2,379 จุด ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ Long NYT ยอดส่งออกรถยนต์เร่งตัวขึ้นหลังคลายล็อกดาวน์ ล่าสุด พ.ย. ปริมาณส่งออกรถยนต์ที่ท่าเรียบเรือทำนิวไฮของปีนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB